วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เว็บเกี่ยวกับE-commerceที่น่าสนใจ

ให้บริการจัดตั้ง e-Commerce website
Shoppingthailand.com (ชมรม OTOP Thailand)
weloveshopping.com (TRUE)
Bigstep.com
Freemerchant.com
Payaftersale.com
Vstore.com
Econgo.com
Bizland.com
Yahoo.com
veloshopping.com
velocall.com

เว็บไทย
thaitradepoint.com (Ecommerce ลูกทุ่งที่น่าจับตาของเชียงใหม่)
ECommerce.or.th (ให้ข้อมูลที่ดีมาก)
ประมูล.คอม (รับนำสินค้าไปประมูล)
thbuy.com (จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์)
Ecombot.com (รับวาง Host และค้าขาย)
Thailandbest.com (รับวาง Host และค้าขาย)
Siam-e-Commerce.com
Siamweb.com
Thaiecommerce.net (กระทรวงพาณิชย์)

เว็บต่างประเทศ
Networksolutions (รับจดชื่อ domain)
NASDAQ (แสดงราคาหุ้น web ที่เข้าตลาดหุ้น)
YAHOO (รับตั้งร้านใน internet)
Amazon (ขายหนังสือ)
Barnesandnoble (ขายหนังสือ)
Ebay (ประมูล Online)
Apartment
Shopping
CDnow
List by yahoo (มากกว่า 5000 เว็บ)

กรณีศึกษาพื้นที่ทำฟรี E-commerce

เว็บเกี่ยวกับ e-Commerce ที่น่าสนใจ
oscommerce.com (แนะนำให้ผมรู้จักโดย คุณนิเวช งามสง่า)
เว็บ Open Source Commerce เป็น PHP ที่ Download (>1300 site)
osCommerce is an online shop e-commerce solution under on going development by the open source community. Its feature packed out-of-the-box installation allows store owners to setup, run, and maintain their online stores with minimum effort and with absolutely no costs or license fees involved.
osCommerce combines open source solutions to provide a free and open e-commerce platform, which includes the powerful PHP web scripting language, the stable Apache web server, and the fast MySQL database server.
With no restrictions or special requirements, osCommerce is able to run on any PHP enabled web server, on any environment that PHP and MySQL supports, which includes Linux, Solaris, BSD, Mac OS X, and Microsoft Windows environments.
ให้บริการจัดตั้ง e-Commerce website
Shoppingthailand.com (ชมรม OTOP Thailand)
weloveshopping.com (TRUE)
Bigstep.com
Freemerchant.com
Payaftersale.com
Vstore.com
Econgo.com
Bizland.com
Yahoo.com
veloshopping.com
velocall.com
หลายเว็บไซต์ ได้ปิดบริการไปแล้ว
Gobizgo.com (ปิดบริการไปแล้ว)
JJShop.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Bcity.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Ebusiness.th.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Thaietrade.com (ปิดบริการไปแล้ว)
thaibid.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Bizez.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Centralbiz.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Bizexp.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Thaicybermall.com (farangs.com)
เว็บไทย เว็บต่างประเทศ
thaitradepoint.com (Ecommerce ลูกทุ่งที่น่าจับตาของเชียงใหม่)
ECommerce.or.th (ให้ข้อมูลที่ดีมาก)
ประมูล.คอม (รับนำสินค้าไปประมูล)
thbuy.com (จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์)
Ecombot.com (รับวาง Host และค้าขาย)
Thailandbest.com (รับวาง Host และค้าขาย)
Siam-e-Commerce.com
Siamweb.com
Thaiecommerce.net (กระทรวงพาณิชย์)
Networksolutions (รับจดชื่อ domain)
NASDAQ (แสดงราคาหุ้น web ที่เข้าตลาดหุ้น)
YAHOO (รับตั้งร้านใน internet)
Amazon (ขายหนังสือ)
Barnesandnoble (ขายหนังสือ)
Ebay (ประมูล Online)
Apartment
Shopping
CDnow
List by yahoo (มากกว่า 5000 เว็บ)

กรณีศึกษาขอพื้นที่ทำฟรี e-Commerce
http://www.cookkoo.com
Free e-Commerce ภาคธุรกิจ ครบวงจร (จำกัดปริมาณ)
ลักษณะ
1. ระบบแคทตาล็อกสมบูรณ์มาก
http://www.tarad.com
free e-commerce ภาคธุรกิจ ครบวงจร (จำกัดปริมาณ)
ลักษณะ
1. ต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตน

http://www.thaitambon.com
free e-commerce ภาครัฐ (สำหรับตำบล)

http://www.siamvillage.net
free e-commerce ภาครัฐ (สำหรับหมู่บ้าน)


http://thaiall.safeshopper.com
กรณีศึกษาขอพื้นที่ทำฟรี e-Commerce (ปิดบริการไปแล้ว)
ลักษณะ
1. มีบริการสารพัด เพราะเป็นมืออาชีพ
2. มีคนสั่งแล้วจะส่ง mail บอกลูกค้า
3. มีคนสั่งแล้ว ต้องเข้าไปเช็คใบสั่งที่เว็บ
4. มีบริการจด dotcom
5. ใช้ shopping cart ได้ทันทีไม่ยุ่ง
6. ขอรับ credit card ยุ่งยากมาก ถึงมากที่สุด
7. Option มากจนหาอะไรลำบากนิดหน่อย
8. ใช้ภาษาไทย หรือเงินบาทไม่ได้
9. Publish เป็นเพียง icon เล็กรูปจานส่งสัญญาณ
10.freemerchant.com ให้ชื่อเป็น safeshopper.com
http://thaiall.bigstep.com
กรณีศึกษาขอพื้นที่ทำฟรี e-Commerce (ปิดบริการไปแล้ว)
ลักษณะ
มีบริการสารพัด เพราะเป็นมืออาชีพ
มีบริการจด dotcom
ใช้ shopping cart ไม่ได้ถ้าไม่รับ credit card
ขอรับ credit card ยุ่งยากมาก ถึงมากที่สุด
เปลี่ยน template ได้หลายหลาย
Publish ง่าย และมี to-do list แนะนำ
ปัจจุบันผมยังขอใช้ shopping cart ไม่ได้

http://tambon.khonthai.com/List_ABT.php?cc=52&Province=ลำปาง
free e-commerce ภาครัฐ (สำหรับหมู่บ้าน)



เว็บเกี่ยวกับ e-Commerce ที่น่าสนใจ
oscommerce.com (แนะนำให้ผมรู้จักโดย คุณนิเวช งามสง่า)
เว็บ Open Source Commerce เป็น PHP ที่ Download (>1300 site)
osCommerce is an online shop e-commerce solution under on going development by the open source community. Its feature packed out-of-the-box installation allows store owners to setup, run, and maintain their online stores with minimum effort and with absolutely no costs or license fees involved.
osCommerce combines open source solutions to provide a free and open e-commerce platform, which includes the powerful PHP web scripting language, the stable Apache web server, and the fast MySQL database server.
With no restrictions or special requirements, osCommerce is able to run on any PHP enabled web server, on any environment that PHP and MySQL supports, which includes Linux, Solaris, BSD, Mac OS X, and Microsoft Windows environments.
ให้บริการจัดตั้ง e-Commerce website
Shoppingthailand.com (ชมรม OTOP Thailand)
weloveshopping.com (TRUE)
Bigstep.com
Freemerchant.com
Payaftersale.com
Vstore.com
Econgo.com
Bizland.com
Yahoo.com
veloshopping.com
velocall.com
หลายเว็บไซต์ ได้ปิดบริการไปแล้ว
Gobizgo.com (ปิดบริการไปแล้ว)
JJShop.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Bcity.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Ebusiness.th.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Thaietrade.com (ปิดบริการไปแล้ว)
thaibid.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Bizez.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Centralbiz.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Bizexp.com (ปิดบริการไปแล้ว)
Thaicybermall.com (farangs.com)

เว็บไทย เว็บต่างประเทศ
thaitradepoint.com (Ecommerce ลูกทุ่งที่น่าจับตาของเชียงใหม่)
ECommerce.or.th (ให้ข้อมูลที่ดีมาก)
ประมูล.คอม (รับนำสินค้าไปประมูล)
thbuy.com (จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์)
Ecombot.com (รับวาง Host และค้าขาย)
Thailandbest.com (รับวาง Host และค้าขาย)
Siam-e-Commerce.com
Siamweb.com
Thaiecommerce.net (กระทรวงพาณิชย์)
Networksolutions (รับจดชื่อ domain)
NASDAQ (แสดงราคาหุ้น web ที่เข้าตลาดหุ้น)
YAHOO (รับตั้งร้านใน internet)
Amazon (ขายหนังสือ)
Barnesandnoble (ขายหนังสือ)
Ebay (ประมูล Online)
Apartment
Shopping
CDnow
List by yahoo (มากกว่า 5000 เว็บ)

กรณีศึกษาขอพื้นที่ทำฟรี e-Commerce
http://www.cookkoo.com
Free e-Commerce ภาคธุรกิจ ครบวงจร (จำกัดปริมาณ)
ลักษณะ
1. ระบบแคทตาล็อกสมบูรณ์มาก
http://www.tarad.com
free e-commerce ภาคธุรกิจ ครบวงจร (จำกัดปริมาณ)
ลักษณะ
1. ต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตน

http://www.thaitambon.com
free e-commerce ภาครัฐ (สำหรับตำบล)

http://www.siamvillage.net
free e-commerce ภาครัฐ (สำหรับหมู่บ้าน)


http://thaiall.safeshopper.com
กรณีศึกษาขอพื้นที่ทำฟรี e-Commerce (ปิดบริการไปแล้ว)
ลักษณะ
1. มีบริการสารพัด เพราะเป็นมืออาชีพ
2. มีคนสั่งแล้วจะส่ง mail บอกลูกค้า
3. มีคนสั่งแล้ว ต้องเข้าไปเช็คใบสั่งที่เว็บ
4. มีบริการจด dotcom
5. ใช้ shopping cart ได้ทันทีไม่ยุ่ง
6. ขอรับ credit card ยุ่งยากมาก ถึงมากที่สุด
7. Option มากจนหาอะไรลำบากนิดหน่อย
8. ใช้ภาษาไทย หรือเงินบาทไม่ได้
9. Publish เป็นเพียง icon เล็กรูปจานส่งสัญญาณ
10.freemerchant.com ให้ชื่อเป็น safeshopper.com
http://thaiall.bigstep.com
กรณีศึกษาขอพื้นที่ทำฟรี e-Commerce (ปิดบริการไปแล้ว)
ลักษณะ
มีบริการสารพัด เพราะเป็นมืออาชีพ
มีบริการจด dotcom
ใช้ shopping cart ไม่ได้ถ้าไม่รับ credit card
ขอรับ credit card ยุ่งยากมาก ถึงมากที่สุด
เปลี่ยน template ได้หลายหลาย
Publish ง่าย และมี to-do list แนะนำ
ปัจจุบันผมยังขอใช้ shopping cart ไม่ได้

http://tambon.khonthai.com/List_ABT.php?cc=52&Province=ลำปาง
free e-commerce ภาครัฐ (สำหรับหมู่บ้าน)

http://www.thaiall.com/article/ecommerce.htm

ขั้นตอนการสร้างblog

วันอาทิตย์ที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
วิธีสร้าง Blogger เพื่อโปรโมทธุรกิจ

อันดับแรกเริ่มทำการสมัครเป็นสมาชิกจีเมล์ก่อน

(แต่ถ้าใครสมัคร Gmail เรียบร้อยแล้วให้ข้ามไปขั้นตอนที่สองได้เลย)

1. ไปที่ http://www.gmail.com/ เลยครับ จากนั้นคลิกที่ "Sign up for Gmail"

2. หลังจากที่คลิก "Sign up for Gmail" แล้ว จะปรากฏหน้าต่างสร้างบัญชีขึ้นมา (หน้านี้สามารถเปลี่ยนภาษาได้นะครับ) ให้กรอกข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วนนะครับ

3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรอกข้อมูลถูกต้องและครบถ้วนแล้ว จากนั้นคลิกที่ "I accept Create my account" หรือ "ฉันยอมรับ โปรดสร้างบัญชีของฉัน" เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการสมัครเพื่อใช้บริการ Gmail ครับ

หน้าตา Gmail จะเป็นแบบนี้นะครับเมื่อเรา Login เข้าไป
เมื่อเราทำการสมัคร Gmail เสร็จแล้ว ทีนี้เราก็พร้อมใช้มันมาทำการสมัคร บล็อกเกอร์แล้วครับ

อันดับที่สอง ทำการสมัคร blogger
1.เข้าไปที่ http://www.blogger.com/ โดยใช้รหัสของ Gmail ซึ่งเมื่อเรามีรหัสของ จีเมล์แล้ว เราจะไม่ต้องทำการกรอกสมัครสมาชิกให้ยุ่งยากเลยครับ

( ใส่ชื่อ Gmail(เช่น xxx@gmail.com) ของคุณ กับ Password เพื่อ Sign In เข้าสู่การสร้าง Blog )
2.หลังจาก Sign In เข้ามาแล้วก็จะเจอกับหัวข้อ ลงทะเบียนใช้ Blogger ให้เราใส่ *ชื่อที่ใช้แสดง* ติ๊กยอมรับ แล้วกด > ดำเนินการต่อ

3. ใส่ชื่อเวป Blog (ในที่นี้ให้ทุกคนตั้งว่า Empowerism จะดีที่สุด เผื่อมีคน search หาจะได้เพิ่มโอกาสในการพบเห็นเวปของคุณ) แล้วก็ตั้งชื่อลิ้งของคุณให้เรียบร้อย (เช่น http://(เติมชื่อที่คุณต้องการ).blogspot.com แล้วกด > ดำเนินการต่อ

4.เลือกหน้าเวปในแบบที่คุณชอบ

5.เริ่มโพสบทความกันเลย

- Download บทความทั้งหมดได้ที่นี่ (ถ้าหากเกิดปัญหาโหลดไม่ได้ให้ข้อ File บทควาทกับอัพลายของท่าน)

* หลัง จาก Download บทความมาแล้ว ให้คุณแตก File บทความออกมาก่อน โดยการคลิกควาที่ File ชื่อ CodeBlog หลังจากนั้นให้เลือก Extract Here ดังภาพตัวอย่าง

พอแตก File ออกมาแล้วให้คุณคลิกเข้าไป ก็จะเจอกับบทความที่มาในรูปแบบของ Notepad ทั้ง 11 หัวข้อดังภาพ

* หลังจากนั้น คลิกเข้าไปในบทความเพื่อ Copy Code (เริ่มจากบทความที่ 1 ตามลำดำเลขของบทความที่กำหนดมาให้แล้ว) ซึ่งอันแรกก็คือ EMPOWERism Center
ตัวอย่างหน้าต่าง Notepad


* หลังจากนั้นก็ เอา Code ที่ Copy มานั้น Past(วาง) ลงไปในช่องสำหรับใส่ข้อความ (ก่อนใส่บทความลงไปจะต้องคลิกที่คำว่า แก้ใข Html ซึ่งจะเป็นช่องสำหรับการเขียน Code) แล้วก็อย่าลืมใส่ชื่อเรื่องของบทความลงไปด้วย (ชื่อเรื่องก็ให้ตั้งตามชื่อ File ที่ให้ Copy Code)
* หลัง จากใส่ชื่อเรื่อง และ Copy Code บทความลงไปในหน้าต่าง แก้ใข Html เสร็จแล้ว ก็กด เผยแพร่ข้อความได้เลย เป็นอันเสร็จสิ้นการทำบทความหัวข้อแรก

เริ่มสร้างหัวข้อถัดไป กันต่อได้เลยโดยการคลิกที่ สร้าง แล้วทำเหมือนเดิม Copy Code บทความ อันที่สอง มาใส่แล้วทำเหมือนเดิม ตั้งชื่อเรื่องให้เรียบร้อย (ในบทความที่สองนี้เราต้องไปแก้ข้อมูลบางอย่างให้เป็นของตัวคุณเอง) หลังจากนั้นคลิกที่คำว่า เขียน ซึ่งอยู่ติดกับคำว่า แก้ใข Html คุณจะเห็นว่า Code ที่คุณใส่ลงไปนั้น หน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างไร หลังจากนั้นก็ทำการแก้ใขข้อมูลให้เป็นของคุณซะ ชื่อ เบอร์โทร อีเมล์ ตัวอย่างดังภาพ เมื่อเสร็จแล้วก็คลิก เผยแพร่ เป็นอันเสร็จบทความหัวข้อที่ 2

* บทความหัวข้อ ที่ 3 ก็เช่นกันคุณต้องเข้าไปแก้ข้อมูลบางอย่าง ก็คือ แก้ลิ้งสมัครธุรกิจให้เป็นของคุณเอง (ใครไม่แก้ลิ้งไปเวปผมไม่รู้ด้วยนะ อิอิ)
* ตรง คำว่า คลิ๊กที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก ให้คุณลากเม้าส์คลุมคำๆนี้ไว้ หลังจากนั้นคลิกที่รูปโซ่ (อยู่ตรงวงสีแดงที่อยู่ในภาพ) หลังจากนั้นก็เปรี่ยน ID Member (รหัสสมาชิก) แล้วคลิก OK เวลาใครมาคลิกจะได้ไปที่หน้าเวปธุรกิจของคุณ

.นอก นั้นตั้งแต่บทความที่ 4 เป็นต้นไปไม่มีอะไรต้องแก้ใขแล้วคับ Copy Code ใส่ลงไปใน หน้าต่าง แก้ใข Html ตั้งชื่อเรื่องแล้วกดเผยแพร่ ทำจนครบทุกบทความ เป็นอันเสร็จสิ้นคับ ตอนนี้คุณก็สามารถใช้ Blog ที่คุณทำขึ้นไปโปรโมทได้แล้ว ไปดูผลงานของตัวเองกันหน่อย คลิกที่คำว่า ดูบล๊อก กันเล

ในกรณีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นวิธีการนำ Code ที่ทีมงานมีให้ Copy ใส่ลงไปเลยเพื่อสะดวกรวดเร็วในการสร้าง Blog เท่านั้น แต่ถ้าหากคุณอยากจะเขียนบทความขึ้นมาเอง ก็ให้ใส่บทความของคุณลงไปในช่อง เขียน(Compose) ซึ่งในช่องนี้คุณสามารถเขียนบทความของคุณเองได้ตามใจ เมื่อเขียนเสร็จก็กด ที่ปุ่มเผยแพร่ข้อความ(Publish Post) เป็นอันเสร็จสิ้น
เขียนโดย Pun ที่ ๓:๔๖p

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

E-Commerce ทำอย่างไร

บริการตั้งร้านค้า ในอินเทอร์เน็ต
พื้นที่ตั้งร้านบน net ฟรี จาก free hosting แสดงสินค้า แล้วให้ลูกค้า มาติดต่อขอซื้อมา
พื้นที่ตั้งร้านบน net ฟรี จาก free hosting ที่บริการ e-Commerce พร้อม shopping cart
พื้นที่แบบเสียเงิน แต่ไม่รับชำระผ่านระบบบัตรเครดิต เนื่องจากยุ่งยาก และมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามา
พื้นที่แบบเสียเงิน พร้อมเข้าระบบรับชำระผ่านบัตรเครดิตที่สมบูรณ์ เพราะหวังขายได้มาก ๆ เปิดช่องทางกว้างขึ้น
เรื่องน่าคิดอื่น ๆ ก่อนทำ e-Commerce
ขายอะไร (ผมเองก็ติดปัญหาเรื่องนี้ เพราะไม่รู้จะขายอะไร ที่เหมาะสมกับตัวที่สุด .. จึงยังไม่ขาย)
ธุรกิจที่น่าสนใจในปัจจุบัน เช่น ดอกไม้, Hand-make, หนังสือ, CDเพลง, โปรแกรม, ให้เช่า server, รับโฆษณา หรือเข้าไปดูที่ shoppingthai.com ก็ได้ครับ
จด Domain Name และจดกับใคร
1. จด .com หรือ .net หรือ .co.th
2. จดกับผู้ให้บริการจดชาวไทย หรือชาวต่างชาติดี
เป็น SME (Small and Medium Enterprises) เพื่อรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ และจะตั้งเป็นบริษัท หรือไม่
ระบบ stock เป็นอย่างไร เช่นฝากสินค้า หรือขนถ่ายสินค้าสะดวกไห
ภาษีคิดอย่างไร ทั้งในและต่างประเทศ
ระบบเงินตราที่ขายสินค้าเป็นบาท dollar หรือบาท
ราคาขาย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ต้องกำหนดให้เหมาะสม ไม่ถูกหรือแพงเกินไป และต้องมีเหตุผล อธิบายเสมอ
ทำเอง หรือให้ผู้เชี่ยวชาญที่เขาให้บริการ ครบวงจร
การขนส่งคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร (ตามน้ำหนัก ตามระยะทาง ตามมูลค่า หรือตามขนาด)
ความปลอดภัย (ถ้าไม่รับเรื่องบัตรเครดิต หรือไม่ serius เรื่องความลับก็ไม่ต้องสนใจก็ได้ครับ)
1. SSL (Secure Socket Layer) จะเข้ารหัสก่อนส่ง ไปให้ผู้บริการ เป็นระบบที่นิยมกันมาก และใช้ key เฉพาะจากผู้ส่งเท่านั้น แต่มีจุดบกพร่อมของระบบที่ ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสแล้ว เมื่อส่งไปยังปลายทางจะถูกถอดรหัส เป็นเลขบัตรเครดิตให้เห็น ซึ่งอาจถูก hack ข้อมูลไปได้
2. SET (Secure Electronic Transactions) เป็นระบบที่ปลอดภัยมาก เพราะผู้ซื้อ และผู้ขาย ต่างก็มีรหัสที่ต้องขอจากหน่วยงานกลาง เพื่อยืนยันการทำธุรกรรม (Certification Autority : CA) ร้านค้าจะได้รับเฉพาะข้อมูลการสั่งซื้อ ส่วนรหัสบัตร ร้านค้าจะไม่ทราบ แต่จะส่งไปให้ธนาคารโดยตรง (ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายของระบบนี้ยังสูงอยู่)
เลือกรูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ท่านอาจทำทุกรูปแบบ หรือแบบใดแบบหนึ่ง)
รูปแบบที่ 1: B-to-B (Business to Business) เป็นการค้าระหว่างองค์กร หรือบริษัท (ปริมาณขายต่อครั้งจะมาก)
รูปแบบที่ 2: B-to-C (Business to Consumer) เป็นการค้าจากองค์กร สู่ลูกค้าบุคคล (ค้าส่งขนาดย่อม ประมาณพอประมาณ)
รูปแบบที่ 3: C-to-C (Consumer to Consumer) เป็นการค้าระหว่างบุคคล ถึง บุคคล (ค้าปลีก ปกติปริมาณขายจะน้อย)
รูปแบบที่ 4: G-to-C (Government to Consumer) เป็นการค้าระหว่างภาครัฐ กับผู้บริโภค (การให้บริการประชาชน)
รูปแบบที่ 5: G-to-B (Government to Business) เป็นการค้าระหว่างภาครัฐ กับองค์กร (ปริมาณการค้ามาก)

E-Commerce คืออะไร

e-Commerce คืออะไร

E-Commerce มีชื่อที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” โดยความหมายของคำว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีผู้ให้คำนิยามไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีคำจำกัดความใดที่ใช้เป็นคำอธิบายไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีดังนี้
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์
จากความหมายของ e-business กับ e-commerce จะเห็นได้ว่าสองคำนี้มีความหมายที่ใกล้เคียงกัน แต่อันที่จริงแล้วมีความหมายต่างกัน
โดย e-business สรุปความหมายได้ว่าคือการทำกิจกรรมทุกๆอย่าง ทุกขั้นตอนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่า แต่ e-commerce จะเน้นที่การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนตเท่านั้น
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การดำเนินธุรกิจ โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ECRC Thailand,1999)
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์ และบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (WTO,1998)
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ขบวนการที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำธุรกิจที่จะบรรลุเป้าหมายขององค์กร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ และตรอบคลุมรูปแบบทางการเงินทั้งหลาย เช่น ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์, การค้าอิเล็กทรอนิกส์, อีดีไอหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์, ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์, โทรสาร, คะตะล้อกอิเล็กทรอนิกส์, การประชุมทางไกล และรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลระหว่างองค์กร (ESCAP,1998)
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ธุรกรรมทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ทั้งในระดับองค์กร และส่วนบุคคล บนพื้นฐานของการประมวล และการส่งข้อมูลดิจิทัล ที่มีทั้งข้อความ เสียง และภาพ (OECD,1997)
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การทำธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประมวล และการส่งข้อมูลที่มีข้อความ เสียง และภาพ ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการขายสินค้า และบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์, การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อหาข้อมูลแบบดิจิทัลในระบบออนไลน์, การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์, การจำหน่วยหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์, การประมูล, การออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกัน, การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ, การขายตรง, การให้บริการหลังการขาย ทั้งนี้ใช้กับสินค้า (เช่น สินค้าบริโภค, อุปกรณ์ทางการแพทย์) และบริการ (เช่น บริการขายข้อมูล, บริการด้านการเงิน, บริการด้าน กฎหมาย) รวมทั้งกิจการทั่วไป (เช่น สาธารณสุข, การศึกษา, ศูนย์การค้าเสมือน (Virtual Mall) (European union,1997)
- พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic commerce) หรือ อี-คอมเมิร์ช (E-Commerce) คือ การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในทุกช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพื่มประสิทธิภาพขององค์กร โดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ทำเลที่ตั้ง อาคารประกอบการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขาย พนักงานแนะนำสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้า เป็นต้น จึงลดข้อจำกัดของระยะทาง และเวลาลงได้



ข้อดี
1.เปิดดำเนินการค้า 24 ชั่วโมง
2.ดำเนินการค้าอย่างไร้พรมแดนทั่วโลก
3.ใช้งบประมาณลงทุนน้อย
4.ตัดปัญหาด้านการเดินทาง
5.ง่ายต่อการประชาสัมพัธ์โดย สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั่วโลก



ข้อเสีย
1.ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ
2.ประเทศของผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ
3.การดำเนินการด้านภาษีต้องชัดเจน
4.ผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเทคโนโลยีอินเทอร์เนต



ข้อดี
1.เปิดดำเนินการค้า 24 ชั่วโมง
2.ดำเนินการค้าอย่างไร้พรมแดนทั่วโลก
3.ใช้งบประมาณลงทุนน้อย
4.ตัดปัญหาด้านการเดินทาง
5.ง่ายต่อการประชาสัมพัธ์โดย สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั่วโลก



ข้อเสีย
1.ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ
2.ประเทศของผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ
3.การดำเนินการด้านภาษีต้องชัดเจน
4.ผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเทคโนโลยีอินเทอร์เนต

ประเภทของ E-Commerce

1. การทำการค้าระหว่าง Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ) กับ Business (ผู้ทำการค้า)
เช่น ลูกค้าต้องการซื้อหนังสือกับร้านค้า

2. การทำการค้าระหว่าง Business (ผู้ทำการค้า) กับ Business ( ผู้ทำการค้า)
เช่น ร้านขายหนังสือค้าต้องการสั่งซื้อหนังสือจากโรงพิมพ์

3. การทำการค้าระหว่าง Business ( ผู้ทำการค้า) กับ Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ)
เช่น โรงพิมพ์ต้องการซื้อต้นฉบับจากผู้เขียน

4. การทำการค้าระหว่าง Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ) กับ Customer (ผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ) ด้วยกัน
เช่น ผู้บริโภคต้องการขายรถยนต์ของต้นเองให้กับผู้บริโภคท่านที่สนใจ